ประเทศอินโดนิเซีย
ชื่อทางการ : สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)
ที่ตั้ง : อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ โดยตั้งอยู่บนเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดีย และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างทวีปเอเชียกับออสเตรเลีย ทำให้อินโดนีเซียสามารถควบคุมเส้นทางการติดต่อระหว่างมหาสมุทรทั้งสอง ผ่านช่องแคบที่สำคัญต่างๆ เช่น ช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดา และช่องแคบล็อมบอก ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมายังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก
พื้นที่ : 1,890,754 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อย
กว่า 17,508 เกาะ รวมอยู่ในพื้นที่ 4 ส่วน คือ
- หมู่เกาะซุนดาใหญ่ ประกอบด้วย เกาะชวา สุมาตรา บอร์เนียว และสุลาเวสี
- หมู่เกาะซุนดาน้อย ประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะชวา มีเกาะบาหลี ลอมบอก ซุมบาวา ซุมบา ฟอลเรส และติมอร์
- หมู่เกาะมาลุกุ หรือ หมู่เกาะเครื่องเทศ ตั้งอยู่ระหว่างสุลาเวสี กับอิเรียนจายาบนเกาะ นิวกีนี
- อีเรียนจายา อยู่ทางทิศตะวันตกของปาปัวนิวกินี
เมืองหลวง : จาการ์ตา (Jakarta)
ประชากร : ประมาณ 220 ล้านคน ประกอบด้วย ชนพื้นเมืองหลากหลายกลุ่ม ซึ่งพูดภาษาต่างกันกว่า 583 ภาษา
ร้อยละ 61 อาศัยอยู่บนเกาะชวา
ภูมิอากาศ : มีอากาศร้อนชื้นแบบศูนย์สูตร ประกอบด้วย 2 ฤดู คือ ฤดูแล้ง (พฤษภาคม-ตุลาคม) และ
ฤดูฝน (พฤศจิกายน-เมษายน)
ภาษา : ภาษาราชการและภาษาประจำชาติ ได้แก่ ภาษาอินโดนีเซีย หรือ Bahasa Indonesia
ศาสนา : ชาวอินโดนีเซียร้อยละ 87 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 6 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์
ร้อยละ 3.5 นับถือศาสนาคริสต์นิกายแคทอลิก ร้อยละ 1.8 นับถือศาสนาฮินดู และร้อยละ 1.3 นับถือ
ศาสนาพุทธ
สกุลเงิน : รูเปียห์ (Rupiah : IDR)
อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ (ซื้อ) 2.87 บาท / 1,000 รูเปียห์ (ขาย) 3.32 บาท / 1,000 รูเปียห์ (มกราคม 2552)
ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตย ที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และหัวหน้าฝ่ายบริหาร
* ประธานาธิบดี คือ ดร.ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน (Susilo Bambang Yudhoyono)
 
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
1.ภาพรวมความสัมพันธ์ทั่วไป
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2493 โดยจะฉลองครบรอบ 60 ปีของการสถาปนา ความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2553
2.ความสัมพันธ์ด้านการเมือง
อินโดนีเซียเป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทยทั้งในกรอบอาเซียนและในเวทีระหว่าง ประเทศอื่น ๆ และการที่อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก ท่าทีของอินโดนีเซียเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ย่อมมีผลต่อท่าทีของประเทศมุสลิมโดยเฉพาะในกรอบ OIC ซึ่งที่ผ่านมา อินโดนีเซียให้ความร่วมมือที่ดี นอกจากนี้ มีความร่วมมือในการส่งเสริมด้านการศึกษาและมุสลิมสายกลาง (ระหว่างศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และ Nadhalatul Ulama (NU) และ Muhammadiyah) ในรูปทุนการศึกษา จำนวนประมาณ 200 ทุน แก่นักศึกษาไทย จชต. ในสาขาต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ด้านศาสนา
3.ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
3.1 การค้า
อินโดนีเซียเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญอันดับ 3 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซียและสิงคโปร์ และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทยในโลก ในปี 2554 มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย เท่ากับ 17,448 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการนำเข้าจากอินโดนีเซีย 7,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งออก 10,078 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 2,708 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของไทยไปอินโดนีเซียที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง เคมีภัณฑ์ สินค้านำเข้าจากอินโดนีเซียที่สำคัญ ได้แก่ ถ่านหิน สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ น้ำมันดิบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์
3.2 การลงทุน

ในปี 2553 ไทยเป็นประเทศผู้ลงทุนอันดับที่ 15 ในอินโดนีเซีย โดยมีมูลค่าการลงทุน 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านอุตสาหกรรมประมง ปิโตรเคมี เหมืองแร่ และถ่านหิน โดยบริษัทไทยขนาดใหญ่ ๆ ที่เข้าไปลงทุน อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือซิเมนต์ไทย เหมืองบ้านปู ธนาคารกรุงเทพ ลานนาลิกไนต์ และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อินโดนีเซียมีมูลค่าการลงทุนในไทย 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
3.3 การท่องเที่ยว
ในปี 2553 มีนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเดินทางมาไทยจำนวน 281,873 คน และ มีนักท่องเที่ยวจากไทยไป อินโดนีเซีย 67,968 คน ในปี 2554 ระหว่างเดือนมกราคม – ตุลาคม มีนักท่องเที่ยวอินโดนีเซีย เดินทางมาไทย จำนวน 318,241 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.26 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน มีนักท่องเที่ยวจากไทยเดินทางไปอินโดนีเซีย 59,051 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.38 จากช่วงเดียวกัน ของปีก่อนหน้า
3.4 ประมง
อินโดนีเซียเป็นแหล่งประมงนอกน่านน้ำที่สำคัญของไทย กลไกสำคัญสำหรับความร่วมมือด้านประมงไทย-อินโดนีเซีย ได้แก่ คณะอนุกรรมการว่าด้วยความร่วมมือทางการประมงไทย-อินโดนีเซีย (JC Sub-Committee on Fisheries Cooperation) และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเพื่อหารือทางเทคนิคด้านประมงระหว่างไทย - อินโดนีเซีย (Senior Technical Consultation Meeting) นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ได้จัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมายของไทยในอินโดนีเซีย โดยรวมการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ เข้ากับศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย ในขณะที่สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย ได้ตั้ง คณะทำงานด้านการประมง (Task Force on Fisheries) เพื่อเป็นหน่วยงานรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับการทำประมงของไทยในอินโดนีเซีย การแก้ไขปัญหาประมงของภาคเอกชนไทย ในอินโดนีเซีย และ รับรองเอกสารการแปลงสัญชาติเรือประมงไทยเป็นเรือประมงอินโดนีเซีย โดยการประสานงานกับกรมเจ้าท่าและ กรมการกงสุลได้จัดตั้งคณะทำงานด้านประมง เพื่อจัดทำแนวทางปฏิบัติ ในการให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมง ไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก และ/หรือ เรือประมงไทยที่ถูกจับ
3.5 พลังงาน
อินโดนีเซียมีทรัพยากรปิโตรเลียมอุดมสมบูรณ์ กระทรวงพลังงานไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยเฉพาะความร่วมมือ ด้านน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน โดยกรอบความร่วมมือด้านพลังงาน ได้แก่ Indonesia - Thailand Energy Forum (ITEF) ซึ่งเป็นเวทีให้ผู้แทนจากทั้งสองฝ่ายได้อภิปรายเกี่ยวกับเทคโนโลยี พัฒนาการความร่วมมือ และโอกาส ในการลงทุนด้านพลังงาน ระหว่างกัน ล่าสุด ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม ITEF ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 12 – 13 กรกฎาคม 2554 ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี
4. ความสัมพันธ์ด้านต่างประเทศ
4.1 การเยือนที่สำคัญ
การเยือนระดับสูงที่สำคัญในปี 2554 ได้แก่ การเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2554 และการเยือนอินโดนีเซียของนายกรัฐมนตรีเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 19 เมื่อวันที่ 16 – 19 พฤศจิกายน 2554 สำหรับฝ่ายอินโดนีเซีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียได้เยือนไทยเพื่อหารือเกี่ยว ประเด็น ปัญหาข้อขัดแย้ง ระหว่างไทยกับ กัมพูชา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 และ เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการสมัยพิเศษ เพื่อหารือเกี่ยวกับท่าทีของอาเซียนต่อการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit – EAS) เมื่อวันที่ 10 - 12 เมษายน 2554
4.2 การประชุมที่สำคัญ
มีกลไกความร่วมมือทวิภาคีหลัก 2 กรอบ ได้แก่ (1) การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย - อินโดนีเซีย (Joint Commission between the Kingdom of Thailand and the Republic of Indonesia - JC) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ ทั้งสองฝ่าย เป็นประธานร่วม โดยอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพการประชุม JC ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 1 – 2 กันยายน 2553 และ (2) คณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee - HLC) โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม ไทยจัดการประชุม HLC ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2554 ที่กรุงเทพฯ
3
4
5
6
10
2
ความตกลงระหว่างไทย-อินโดนีเซีย
(1) สนธิสัญญาทางไมตรี (3 มีนาคม 2497)
(2) ความตกลงว่าด้วยการแบ่งเขตไหล่ทวีประหว่างประเทศทั้งสองในตอนเหนือของช่องแคบ มะละกาและในทะเลอันดามัน
(17 ธันวาคม 2514)
(3) ความตกลงระหว่างไทย-อินโดนีเซีย-มาเลเซีย ว่าด้วยการแบ่งเขตไหล่ทวีปในตอนเหนือของช่องแคบ มะละกา
(21 ธันวาคม 2514)
(4) ความตกลงว่าด้วยการแบ่งเขตกั้นทะเลระหว่างประเทศทั้งสองในทะเลอันดามัน (11 ธันวาคม 2518)
(5) สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (29 มิถุนายน 2519)
(6) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน (25 มีนาคม 2524)
(7) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านป่าไม้ (27 พฤษภาคม 2527)
(8) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านถ่านหิน (12 มกราคม 2533)
(9) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และเทคโนโลยี (21 พฤษภาคม 2533)
(10) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ (18 มกราคม 2535)
(11) ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (17 กุมภาพันธ์ 2541)
(12) ความตกลงด้านวัฒนธรรม (17 มกราคม 2545)
(13) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (23 พฤษภาคม 2546)
(14) ความตกลงว่าด้วยการบริการทางอากาศ (7 มีนาคม 2511 ปรับปรุงแก้ไข 2 มีนาคม 2547)
(15) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการลงทุน (21 กรกฎาคม 2547)
(16) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (16 ธันวาคม 2548)
(17) บันทึกความเข้าใจการซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลอินโดนีเซีย (26 ธันวาคม 2549)
(18) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดยอกยาการ์ตา
(4 กันยายน 2550)
(19) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา (27 มกราคม 2554)
(20) ความตกลงทางการค้า (Trade Agreement) (16 พฤศจิกายน 2554)
(21) ข้อตกลงว่าด้วยการแก้ไขบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลอินโดนีเซีย
(16 พฤศจิกายน 2554)
8
7
4.เรื่องอื่น ๆ
ความสัมพันธ์ด้านสังคมและวัฒนธรรม ไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด มีการจัดทำความตกลงด้าน สังคมและวัฒนธรรม และมีการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างกันอย่างเป็น รูปธรรมและสม่ำเสมอ โดยกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายยังวัดในอินโดนีเซีย การสถาปนาความสัมพันธ์บ้าน พี่เมืองน้องระหว่างกัน รวมทั้งกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับอินโดนีเซียในปี 2553 ในส่วนของความร่วมมือด้านวิชาการ อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านวิชาการไทย – อินโดนีเซีย ครั้งที่ 3 ที่กรุงจาการ์ตา ระหว่างวันที่ 21 - 22 มิถุนายน 2554 ซึ่งให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการศึกษา สาธารณสุข พลังงาน และความร่วมมือระหว่างกันในการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่สาม
9
 
 
 
 
กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32
ตำบลบ้านต๋อม  อำเภอเมือง  จังหวัดพะเยา  56000
Webmaster : berm32@hotmail.com